ลงทุนขายฝาก-จำนอง บ้านและที่ดิน คอนโด ทาวเฮ้าส์ อาคารพานิชย์

ข้อดีของการลงทุนจำนอง-ขายฝากที่ดิน

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการบริหารเงินให้งอกเงย การลงทุนในรูปแบบจำนองและขายฝากถือเป็นทางเลือกที่มีความน่าสนใจสูง โดยมีข้อดีหลักดังนี้

  • ผลตอบแทนสูง: ได้รับดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด

  • ความเสี่ยงต่ำ: มีโฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันทุกเคส

  • สภาพคล่องของดอกเบี้ย: ได้รับดอกเบี้ยล่วงหน้าทันที 3 เดือน ณ วันทำสัญญา

  • ถูกต้องตามกฎหมาย: ดำเนินการจดทะเบียนนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น

  • คัดกรองทรัพย์คุณภาพ: มีการคัดเลือกทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูงให้เลือก หากนักลงทุนไม่พอใจทรัพย์ใดสามารถปฏิเสธได้

  • มาตรฐานการประเมิน: ทุกทรัพย์ผ่านการประเมินราคาจากบริษัทประเมินอาชีพที่ได้รับการรับรองจาก กลต.

  • จำกัดวงเงินเพื่อความปลอดภัย:

    • ลงทุนขายฝาก: จำกัดวงเงินไม่เกิน 50% ของราคาประเมิน

    • ลงทุนจำนอง: จำกัดวงเงินไม่เกิน 30% ของราคาประเมิน

เปรียบเทียบผลตอบแทน: ทำไมการลงทุนจำนอง-ขายฝากถึงน่าสนใจกว่า?

นักลงทุนหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ผลตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปีนั้น สูงกว่าการลงทุนในสินทรัพย์กระแสหลักอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับข้อมูลย้อนหลังดังนี้

  1. ตลาดหุ้นไทย (SET TRI): ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 7.77% ต่อปี (อ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

  2. หุ้นกู้บริษัทชั้นนำ: ตัวอย่างเช่น หุ้นกู้ไม่มีประกันของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2565 อายุ 7 ปี ให้อัตราดอกเบี้ยเพียง 3.25% ต่อปี

  3. กองทุนดัชนี (SET50 INDEX): ตัวอย่างเช่น กองทุน SCBSET50 ย้อนหลัง 14 ปี ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเพียง 3.13%

  4. หุ้นปันผล: หุ้นกลุ่มธนาคารที่ขึ้นชื่อเรื่องปันผลสูงอย่าง TISCO ให้อัตราเงินปันผลอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 ซึ่งยังถือว่าน้อยกว่าการลงทุนจำนอง-ขายฝาก

บทสรุปการลงทุน

การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นกู้ หรือกองทุนรวม แม้จะมีสภาพคล่องสูงแต่มีความเสี่ยงด้านราคาที่ผันผวนและส่วนใหญ่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านการจำนองและขายฝาก ให้ผลตอบแทนสูงถึง 9-15% อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมมีโฉนดที่ดินเป็นหลักประกันที่ชัดเจน จึงเป็นคำตอบสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว

หากต้องการเข้าร่วมเป็นนายทุน จำนอง-ขายฝาก กับ บริษัท มานี มีเงิน จำกัด ติดต่อเรา

เปิดทำการทุกวัน 08.00-20.00 น.

การลงทุน ขายฝากคืออะไร?

ขายฝาก คืออะไร?

ขายฝาก คือ รูปแบบของการกู้ยืมเงินประเภทหนึ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการจดทะเบียนนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ของโฉนดที่ดินนั้นๆ โดยใช้ที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งนี้ โฉนดที่ดินที่นำมาขายฝากต้องเป็นครุฑแดง (น.ส.4 จ.) เท่านั้น

ในขั้นตอนการทำสัญญา เจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร สลักหลังโฉนด และดูแลการทำสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อความโปร่งใสและถูกต้อง

ความยืดหยุ่นของสัญญาและการไถ่ถอน

การทำสัญญาขายฝากมีความยืดหยุ่น โดยสามารถใช้ที่ดินหลายแปลงรวมกันในสัญญาเดียว หรือจะแยกทำสัญญาเป็นรายแปลงก็ได้เช่นกัน เมื่อถึงกำหนดเวลาไถ่ถอน ผู้ขายฝากเพียงนำเงินมาไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินแห่งเดิม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของผู้ขายฝากดังเดิม วิธีนี้จึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการแหล่งเงินทุนสำรองหรือเงินทุนฉุกเฉิน

ข้อดีของการขายฝากที่ดิน สำหรับเจ้าของที่ดิน

  • ได้เงินก้อนเร็ว: ขั้นตอนการทำธุรกรรมรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 1-3 วัน

  • ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร: ไม่มีผลต่อประวัติทางการเงิน และไม่ต้องพิจารณาภาระหนี้เดิม

  • กระบวนการง่าย: ขั้นตอนไม่ซับซ้อนและใช้เอกสารน้อยกว่าการขอสินเชื่อจากธนาคาร

  • มีสิทธิ์ไถ่คืนชัดเจน: กฎหมายคุ้มครองให้ผู้ขายฝากสามารถนำทรัพย์กลับคืนมาเป็นของตนเองได้เมื่อนำเงินมาไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาในสัญญา

ขั้นตอนการลงทุนจำนอง-ขายฝาก กับ บริษัท มานี มีเงิน จำกัด

สำหรับนักลงทุนที่สนใจเพิ่มผลตอบแทนผ่านอสังหาริมทรัพย์ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  1. ติดต่อ มานี มันนี่: ผ่าน Line Official: @maneeinvestor เพื่อแสดงความสนใจในการลงทุนรับซื้อฝากหรือรับจำนอง

  2. ให้ข้อมูลเบื้องต้น: แจ้งชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ วงเงินที่ต้องการลงทุน และเขตพื้นที่หรือจังหวัดที่สนใจลงทุน

  3. รับข้อมูลทรัพย์: ทีมงานจะนำเสนอข้อมูลทรัพย์สินที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นและมีศักยภาพให้นักลงทุนพิจารณา

  4. พิจารณาทรัพย์สิน: นักลงทุนตรวจสอบรายละเอียดทรัพย์สิน ทำเลที่ตั้ง ราคาประเมิน และเงื่อนไขการทำสัญญาอย่างละเอียด

  5. ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน: วิเคราะห์ความคุ้มค่าและระดับความเสี่ยง โดยทั่วไปนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 9-15% ต่อปี พร้อมมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ชัดเจน

  6. ทำสัญญา: เมื่อตกลงเงื่อนไขเรียบร้อย จะมีการนัดทำสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมี มานี มันนี่ เป็นผู้ประสานงานและดูแลขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

  7. ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการทางกฎหมาย: ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน และดำเนินการจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

  8. จ่ายเงินลงทุน: นักลงทุนชำระเงินลงทุนให้แก่ผู้ขายฝากหรือผู้จำนองโดยตรง ณ สำนักงานที่ดิน

  9. ติดตามและบริหารสัญญา: มานี มันนี่ จะช่วยทำหน้าที่ติดตามการจ่ายดอกเบี้ย รวมถึงประสานงานเรื่องการไถ่ถอนเมื่อครบกำหนดสัญญา เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนขายฝาก (สำหรับนักลงทุน)

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านการรับซื้อฝากเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการความมั่นใจเรื่องหลักประกัน นี่คือประเด็นที่นักลงทุนมักสงสัยและสอบถามเข้ามาบ่อยที่สุด

ผลตอบแทนหลักมาจากดอกเบี้ยที่ผู้ขายฝากต้องชำระ โดยตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 15% ต่อปี นักลงทุนมักจะได้รับดอกเบี้ยล่วงหน้า 3 เดือนแรกทันทีในวันที่ทำสัญญา ณ สำนักงานที่ดิน และได้รับเป็นรายเดือนหลังจากนั้นตามข้อตกลง

ในทางกฎหมายของการขายฝาก เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนและไม่มีการขยายระยะเวลาออกไป กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของนักลงทุน (ผู้รับซื้อฝาก) โดยสมบูรณ์ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องร้องบังคับคดีเหมือนการจำนอง นักลงทุนสามารถเลือกที่จะถือครองทรัพย์นั้นไว้หรือนำไปขายทอดตลาดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

ความเสี่ยงหลักคือ “สภาพคล่องของทรัพย์” หากนักลงทุนต้องรับโอนกรรมสิทธิ์เนื่องจากไม่มีการไถ่ถอน ทรัพย์นั้นอาจต้องใช้เวลาในการขายเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นเงินต้น ดังนั้น มานี มันนี่ จึงเน้นการคัดกรองทรัพย์ในทำเลที่ดี มีสภาพคล่องสูง และจำกัดวงเงินลงทุนไม่เกิน 50% ของราคาประเมิน เพื่อให้มั่นใจว่ามูลค่าทรัพย์ครอบคลุมเงินต้นแน่นอน

ในการทำสัญญาที่สำนักงานที่ดิน จะมีค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งโดยปกติจะมีการตกลงให้ผู้ขายฝากเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ หรือหักจากวงเงินที่จะได้รับ ทั้งนี้ในการรับผลตอบแทนดอกเบี้ย นักลงทุนควรยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

เพื่อความเป็นกลางและแม่นยำ ทุกทรัพย์สินที่ มานี มันนี่ นำเสนอต่อนักลงทุน จะผ่านการประเมินราคาโดยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน กลต. ซึ่งจะวิเคราะห์ทั้งราคาประเมินราชการและราคาตลาดปัจจุบัน

ระยะเวลาในสัญญาสามารถตกลงกันได้ตามความเหมาะสม โดยส่วนใหญ่มักทำสัญญาเริ่มต้นที่ 6 เดือน หรือ 1 ปี และสามารถต่อสัญญาได้ตามที่กฎหมายกำหนด (สูงสุดไม่เกิน 10 ปี) โดยต้องไปจดทะเบียนต่ออายุสัญญา ณ สำนักงานที่ดิน

เราดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรองทรัพย์คุณภาพ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ประสานงานการประเมินราคา จัดเตรียมเอกสารและนัดหมายที่สำนักงานที่ดิน รวมถึงช่วยติดตามการชำระดอกเบี้ยและการแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญา เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด

Scroll to Top