ขายฝากที่ดิน คือ อะไร มีความเสียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนทำสัญญาขายฝาก

ได้ครับ อันนี้เป็นเวอร์ชันแบบเน้นเนื้อหา จัดรูปแบบให้อ่านง่าย แต่ไม่มี Emoji ครับ

มองหาแหล่งเงินทุนด่วน? “ขายฝากที่ดิน” อาจเป็นคำตอบ

ใครที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนด่วน หรือต้องการเพิ่มสภาพคล่องแบบเร่งด่วน โดยมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในมือ บริการ ขายฝากที่ดิน อาจเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ

ขายฝากเป็นรูปแบบการกู้ยืมเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำ สัญญา ขายฝากที่ดิน คุณต้องเข้าใจก่อนว่ามันคืออะไร และมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวังบ้าง

ขายฝาก คืออะไร?
อธิบายง่าย ๆ ขายฝาก คือ การที่เจ้าของที่ดินโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ๆ ให้กับผู้รับซื้อฝาก เพื่อแลกกับเงินก้อน โดยมีข้อตกลงสำคัญคือ เจ้าของที่ดิน (ผู้ขายฝาก) มีสิทธิ์ ไถ่ถอน ที่ดินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (สูงสุด 10 ปี) โดยต้องนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยที่ตกลงไว้มาคืน ซึ่งการทำธุรกรรมนี้จะต้องไปดำเนินการ จดทะเบียน ที่สำนักงานที่ดินต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
แต่ถึงจะดูง่ายและได้เงินไว การทำ สัญญา ขายฝาก ก็มีความเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องพิจารณา:

  • เสี่ยงสูญเสียทรัพย์สิน: นี่คือความเสี่ยงหลัก! เพราะกรรมสิทธิ์จะถูกโอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที หากคุณไม่สามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่ถอนคืนได้ภายในกำหนดเวลาตาม สัญญา ขายฝากที่ดิน ที่ดินแปลงนั้นก็จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ทันที

  • อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม: แม้กฎหมายจะกำหนดดอกเบี้ยสูงสุดไว้ที่ 15% ต่อปี แต่คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอัตราที่คุณได้รับนั้นเป็นธรรมและรวมค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

  • ปัญหาการต่อสัญญา: หากใกล้ครบกำหนดไถ่ถอนแล้วยังหาเงินมาคืนไม่ได้ หากผู้รับซื้อฝากไม่ให้ความร่วมมือในการขยายระยะเวลาไถ่ถอนตามกฎหมาย คุณอาจต้องเสียที่ดินไป

ดังนั้น การเลือกผู้ให้บริการ รับ ขายฝาก ที่ดิน ที่น่าเชื่อถือและมีเงื่อนไขชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ขายฝากที่ดิน มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ขายฝาก หรือ จำนอง เลือกแบบไหนดี?

หลายคนสงสัยว่าเมื่อต้องการเงินก้อนควรเลือก ขายฝาก หรือ จำนองดี? เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น มาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย เพื่อให้เห็นความแตกต่างกันชัดๆ เลย:

  • เรื่องดอกเบี้ย: ปกติแล้วการ จำนอง อัตราดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่า ขายฝาก เล็กน้อย

  • เรื่องเครดิต: การจำนอง ส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะ ตรวจสอบประวัติเครดิต (เช็คเครดิตบูโร) และต้องใช้เอกสารทางการเงินประกอบการพิจารณา ซึ่งต่างจากขายฝากที่มักจะไม่ตรวจสอบในส่วนนี้

สรุปง่ายๆ คือ
ถ้าคุณต้องการ เงินก้อนใหญ่ แบบ รวดเร็ว และมั่นใจว่าสามารถไถ่ถอนได้ทันเวลา การ รับ ขายฝาก ที่ดิน คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด

สัญญาขายฝากที่ดิน เป็นอย่างไร มีอะไรที่ต้องระวัง 

หัวใจสำคัญของการ “ขายฝาก” คือ “สัญญา ขายฝากที่ดิน”

หัวใจสำคัญของการ ขายฝาก คือ สัญญา ขายฝากที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารทางกฎหมายที่รัดกุม ดังนั้นเราจะมาเจาะลึกกันว่าในสัญญานั้นควรมีอะไรระบุไว้อย่างชัดเจนบ้าง

  1. รายละเอียดทรัพย์สิน: ต้องระบุเลขที่โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ.), ที่ตั้ง, เนื้อที่, และรายละเอียดของ ขายฝากบ้าน หรือ ขายฝาก คอน โด ให้ถูกต้องตรงตามเอกสารสิทธิ์

  2. ราคาและดอกเบี้ย: ระบุ ราคา ขายฝาก (เงินต้น) ที่คุณได้รับ และ อัตราดอกเบี้ย ต่อปี (ห้ามเกิน 15%) รวมถึงเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ย เช่น จ่ายเป็นรายเดือน หรือจ่ายรวมตอนไถ่ถอน

  3. กำหนดเวลาไถ่ถอน: ต้องระบุวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนให้ชัดเจน ซึ่งตามกฎหมายกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนสูงสุดไว้ที่ 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ (ทั้ง ขายฝากที่ดินขายฝากบ้าน และ ขายฝาก คอน โด)

  4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ควรกำหนดความรับผิดชอบเรื่องค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบส่วนใดบ้าง

  5. การต่อสัญญา: ควรมีข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาไถ่ถอน หากมีความจำเป็น ซึ่งต้องไปจดทะเบียนต่อสัญญาที่สำนักงานที่ดินเช่นกัน

ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามเซ็นเอกสารโอนอำนาจให้ผู้รับซื้อฝากไปดำเนินการต่อสัญญา หรือทำนิติกรรมใดๆ แทนคุณโดยเด็ดขาด การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องทำพร้อมกัน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น

ขั้นตอนการทำขายฝากที่ดิน

ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับ Manee Money ง่ายและรวดเร็ว

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะใช้บริการ รับ ขายฝาก ที่ดิน ขั้นตอนการดำเนินการกับ Manee Money นั้นง่าย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อให้คุณได้เงินด่วนไปใช้ทันที:

  1. ยื่นเรื่องและส่งเอกสาร: ติดต่อทีมงาน Manee Money พร้อมส่งสำเนาโฉนดและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้เราเพื่อประเมินเบื้องต้น

  2. ประเมินวงเงิน: ทีมงานจะทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและแจ้งวงเงิน ขายฝาก ที่คุณจะได้รับ (วงเงินสูง) พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ตกลงกัน

  3. ตรวจสอบทรัพย์: นัดหมายเพื่อดูทรัพย์สินจริงและตรวจสอบสภาพ (ใช้เวลาไม่นาน)

  4. ทำสัญญาขายฝากและรับเงิน: นัดวันทำนิติกรรม ขายฝากที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินในเขตที่ดินตั้งอยู่ เมื่อจดทะเบียน สัญญา ขายฝาก เรียบร้อย คุณก็จะได้รับเงินก้อนทันที

  5. ไถ่ถอนคืน: เมื่อคุณพร้อมไถ่ถอน ให้นำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปชำระต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินเดิม เพื่อให้กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของคุณ

คำถามที่มักพบบ่อยในการขายฝากที่ดิน

เพื่อให้การ ขายฝากที่ดิน เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ Manee Money ได้รวบรวมคำถามที่มักพบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและขั้นตอนการให้บริการ

ควรเลือกทำกับ “นิติบุคคล” หรือ “บริษัท” ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานที่ตั้งชัดเจนตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยของโฉนดที่ดิน หลีกเลี่ยงการทำสัญญากับนายทุนอิสระที่ไม่มีหลักแหล่ง เพราะมีความเสี่ยงสูง
ที่ มานี มีเงิน เราเป็นบริษัทจำกัด มีหน้าร้านจริง ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน สัญญาเป็นธรรม และไม่มีนโยบายยึดทรัพย์ลูกค้า เราเน้นช่วยเสริมสภาพคล่องให้นำเงินไปหมุนเวียนและมาไถ่ถอนคืน

เอกสารเบื้องต้นไม่ยุ่งยาก เตรียมเพียง:

  1. โฉนดที่ดินฉบับจริง (น.ส.4 จ)

  2. บัตรประชาชน และ ทะเบียนบ้าน (ตัวจริง)

  3. เอกสารแสดงสถานะ (เช่น ทะเบียนสมรส, ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล)

  4. หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีจดทะเบียนสมรส)
    เพียงส่งรูปถ่ายเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นก่อนได้เลย

“ต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดินเท่านั้น” ธุรกรรมถึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หากเป็นการทำสัญญากันเอง เขียนกระดาษกันเอง โดยไม่ไปกรมที่ดิน จะถือว่าเป็นโมฆะ หรือเป็นเพียงสัญญากู้ยืมเงินธรรมดา ซึ่งเสี่ยงต่อทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก

ค่าใช้จ่ายหลักๆ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ:

  1. ค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดิน: (ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, อากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ) ส่วนนี้คิดตามราคาประเมินราชการ

  2. ดอกเบี้ย: ตามกฎหมายกำหนด คือ ไม่เกิน 15% ต่อปี (หรือเฉลี่ย 1.25% ต่อเดือน)
    ที่ มานี มีเงิน เราแจกแจงยอดเงินและค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ทราบชัดเจนก่อนวันทำสัญญา

โดยปกติสัญญาขายฝากมักจะเริ่มทำกันที่ 1 ปี แต่จุดเด่นของเราคือ “ความยืดหยุ่น” หากครบกำหนด 1 ปีแล้ว ลูกค้ายังไม่พร้อมไถ่ถอนเงินต้นคืน สามารถขอขยายระยะเวลาสัญญาได้ (เพียงชำระดอกเบี้ยตามกำหนด) ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้ขยายเวลารวมกันได้สูงสุดถึง 10 ปี

ได้แน่นอน แม้กรรมสิทธิ์จะถูกโอนมาเป็นหลักประกัน แต่ลูกค้ายังคงเป็น “ผู้ครอบครอง” และมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย ทำการเกษตร ทำธุรกิจ หรือปล่อยเช่าเก็บค่าเช่า ตราบเท่าที่ยังอยู่ในอายุสัญญาขายฝาก

ติดต่อเราเพื่อปรึกษาฟรีและรับการประเมินวงเงินวันนี้

Scroll to Top